ข่าวประชาสัมพันธ์




กรมเจ้าท่าเดินหน้า “โครงการเสริมทรายหาดชะอำ” ฟื้นฟูชายฝั่ง สร้างสมดุล
สิ่งแวดล้อม–เศรษฐกิจการท่องเที่ยว
ภายใต้โครงการ “เสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะบริเวณชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี” โดยมี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี
เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายสุวิทย์ ดอกคำ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมเจ้าท่า ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น
ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่กว่า 120 คน เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น
นางวันเพ็ญ (รองผู้ว่าราชการจังหวัด) กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานโครงการเสริมทรายชายหาดชะอำ และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อชุมชนท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำให้กรมเจ้าท่าให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
สำหรับโครงการเสริมทรายชายหาดชะอำ ระยะที่ 1 ตอนที่ 1 เป็นการดำเนินการตามแผนแม่บทของกรมเจ้าท่า เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมายาวนาน และฟื้นฟูหาดชะอำให้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศอีกครั้ง โดยผลการศึกษาของสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า “การเสริมทราย” เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด และไม่กระทบต่อกิจกรรมทางน้ำหรือการเดินเรือซึ่งมีพื้นที่ดำเนินการรวมระยะทาง 17.5 กิโลเมตร แบ่งเป็น 9 ส่วน โดยเริ่มดำเนินการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะรุนแรงที่สุด คือบริเวณชุมชนบ่อพุทราและชุมชนบางไทรย้อย ระยะทางประมาณ 800 เมตร คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 โดยมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ประกอบด้วยงานเสริมทรายชายหาด ความกว้าง 50–80 เมตร ระบบทางเดินเท้าป้องกันชายหาด และการจัดทำป้ายประติมากรรมสัญลักษณ์ของโครงการ
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้กำหนดมาตรการควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ทั้งการลดฝุ่นละอองและเสียงรบกวนให้อยู่ในมาตรฐาน รวมถึงจัดตั้งศูนย์ประสานงานโครงการ ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูล แสดงความเห็น และร้องเรียนได้โดยตรงและเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยพลิกฟื้นชายหาดชะอำให้กลับมาสวยงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สร้างรายได้ให้กับชุมชน และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางสมดุลระหว่าง “สิ่งแวดล้อม – เศรษฐกิจ – สังคม” ของจังหวัดเพชรบุรี.
